ภัยร้ายรายวัน : โรคหน้าร้อน
posted on 23 Apr 2009 11:12 by ef-kk5 in NEWS
|
กลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ศูนย์เครือข่ายงานวิเคราะห์วิจัยและฝึกอบรมการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลก แห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รายงานว่า พื้นที่กรุงเทพฯจะมีอากาศร้อนที่สุดถึง 40 องศาเซลเซียส ถือว่าช่วงอุณหภูมิเช่นนี้เหมาะต่อการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์และพาหะนำโรค โดยกลุ่มเสี่ยงอยู่ในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ร้อยละ 38 และผู้สูงอายุประมาณร้อยละ 10 กระทรวงสาธารณสุข จึงออกมาเตือนว่า ขอให้ประชาชนระมัดระวังการรับประทานอาหารและน้ำดื่มมากกว่าปกติ โดยเฉพาะในอาหารที่ต้องใส่ใจในเรื่องความสะอาดเป็นพิเศษ ได้แก่ อาหารปรุงด้วยกะทิ,ขนมจีน, อาหารทะเลสด, อาหารปรุงสุกๆดิบๆ เช่น ลาบ ก้อย ยำ พล่า, อาหารถุง กล่อง ห่อ, ส้มตำ, อาหารค้างคืน, น้ำดื่มและน้ำแข็ง เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคระบบทางเดินอาหาร เช่น อุจจาระร่วง อาหารเป็นพิษ โรคอหิวาต์ และไข้ไทฟอยด์ เริ่มกันที่โรคแรก อุจจาระร่วง ผู้ป่วยจะมีอาการ แน่นท้อง ปวดท้อง คลื่นไส้อาเจียน และถ่ายบ่อย ถ้าเป็นนานกว่า 3 สัปดาห์ เรียก ท้องร่วงเรื้อรัง ถ้าหายภายใน 3 สัปดาห์เรียกท้องร่วงเฉียบพลันโดยมากเกิดจากเชื้อ แบคทีเรีย และเชื้อไวรัส การรักษาเบื้องต้น ให้ผู้ป่วยดื่มน้ำ หรืออาหารเหลว อาจเป็นน้ำชา น้ำข้าว น้ำแกงจืด น้ำผลไม้ หรือข้าวต้ม และให้ดื่มสารละลายน้ำตาลเกลือแร่ (โออาร์เอส) ในสัดส่วนที่ถูกต้อง โดยเตรียมสารละลายเกลือแร่ด้วยการผสมน้ำตาลทรายสองช้อนโต๊ะ เกลือป่นครึ่งช้อนชา ละลายกับน้ำต้มสุกเย็น 1 ขวด และให้ผู้ป่วยดื่มบ่อยๆ เพื่อเป็นการทดแทนน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไป
สำหรับอาหารเป็นพิษ เกิดจากการรับประทานอาหาร หรือน้ำที่มีการปนเปื้อน ลักษณะโรค มีอาการถ่ายอุจจาระเป็นน้ำและปวดมวนท้องรุนแรงเป็นส่วนใหญ่ บางครั้งคลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ ไข้สูง การรักษาเบื้องต้นดื่มน้ำและเกลือแร่ หรือน้ำตาลทางปากสามารถใช้ได้กับผู้ป่วยเกือบทุกราย การให้สารน้ำทางเส้นเลือดจำเป็นเฉพาะในผู้ป่วยที่มีการช็อค ไข้ไทฟอยด์ เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่เรียกว่า SALMONELLA TYPHI เชื้อนี้จะอยู่ในน้ำและอาหาร หลังจากได้รับเชื้อ1-2 สัปดาห์ผู้ป่วยจะเริ่มเกิดอาการเบื่ออาหาร ปวดศีรษะ ปวดตามตัว มีไข้สูง และท้องร่วง บางรายอาจจะมีผื่นขึ้นตามตัว บางรายอาจจะมีอาการแน่นท้อง การรักษา คือ การพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมากๆ ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัวเวลามีไข้ ให้รับประทานอาหารอ่อน แถมอีกโรค คือ ฮีทสโตรก (HEAT STORKE) ได้คร่าชีวิตผู้คน โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาไปกว่า 400 คน อันเนื่องมาจากการใช้ชีวิตอยู่ในบริเวณที่ไม่มีอากาศถ่ายเทได้สพดวก ร้อนอบอ้าว จึงทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำอย่างรวดเร็ว เกิดความร้อนสะสมสูง ส่งผลให้อวัยวะภายใน เช่น หัวใจ ตับ ปอด ม้าม สมอง ร้อนระอุจนสุก ทำงานผิดปกติ หรือหยุดทำงาน และทำให้เสียชีวิตในที่สุด เช่นเดียวกับกรณีผู้ที่เสียชีวิตขณะหลับ หรือ ไหลตาย ในหน้าร้อนส่วนใหญ่ก็เป็นผลมาจาก ฮัทสโตรก ฉะนั้นควรระมัดระวังการรับประทานอาหารให้มากขึ้น เช่น การทานอาหารที่สุก สดใหม่ และดื่มน้ำที่สะอาด หน้าร้อนนี้จะได้ไม่เป็นโรค |
ข่าวจาก www.dailynews.co.th
