"ยุโรป" ตื่นตัวปิดไฟ รับวิกฤตโลกร้อนหนักข้อ

           การประชุมสภายูเอ็นว่าด้วยเรื่อง โลกร้อน (IPCC) ที่กรุงปารีสเสร็จสิ้นลงแล้ว พร้อมกับบทสรุปที่ว่า ภาวะโลกร้อนเกิดขึ้นรวดเร็วกว่าที่คาดการณ์กันไว้ และถึงเวลาแล้วที่ทุกคนจะต้องเตรียมรับปัญหาที่จะเกิดจากภาวะน้ำทะเลสูงขึ้นและสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

           ยุโรปดูจะเป็นภูมิภาคที่มีความตื่นตัวในการจะสร้างความตระหนักเกี่ยวกับเรื่องสิ่งแวดล้อมมากที่สุด เพราะยังไม่ทันจะเสร็จสิ้นการประชุมดีก็เริ่มมีการหยิบยกมาตรการ "ปิดไฟ 5 นาทีช่วยโลก" ขึ้นมาใช้กับแหล่งท่องเที่ยวทั่วยุโรปตะวันตก ซึ่งก็รวมถึงหอไอเฟลในฝรั่งเศส และโคลอสเซียมในกรุงโรม เพื่อปลุกความตระหนักเกี่ยวกับสภาพอากาศของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป

           เอเอฟพีรายงานว่า ภายหลังจากนักวิทยาศาสตร์ของยูเอ็นจากทั่วโลกมาประชุมกันที่ปารีส ก็เริ่มมีการพูดถึงการปิดไฟในจุดท่องเที่ยวที่โด่งดังของฝรั่งเศส ซึ่งจะเป็นการช่วยเสริมโครงการปิดไฟ 5 นาทีช่วยโลกที่ได้ริเริ่มมาระยะหนึ่งแล้วโดยกลุ่ม "เฟรนด์ส ออฟ ดิ เอิร์ท" โดยหวังที่จะให้ประชาชนหลายล้านครัวเรือนทั่วยุโรปปิดไฟเป็นเวลา 5 นาที ซึ่งจะช่วยให้ผู้คนได้ตระหนักถึงการใช้น้ำมันจากฟอสซิลที่ส่งผลให้โลกร้อนขึ้น

          ทั้งนี้ มีสำนักงานหลายแห่ง รวมถึงอาคารของรัฐบาลที่เริ่มหันมาปิดไฟตามโครงการนี้ ซึ่งก็รวมถึงศาลากลางเมืองบรัสเซลส์ด้วย

          นอกจากนี้ ภายหลังจากการประชุมเสร็จสิ้นลง ยูเอ็นได้เผยแพร่รายงานเกี่ยวกับสภาพสิ่งแวดล้อมในหัวข้อ "การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ปี 2550 : หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ กายภาพ" ซึ่งครอบคลุมหลายประเด็น ตั้งแต่พายุฝน การละลายของธารน้ำแข็ง ภาวะแห้งแล้ง คลื่นความร้อน และระดับน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้น  ซึ่งรายงานฉบับนี้มีนักวิทยาศาสตร์ร่วมพิจารณามากกว่า 2,500 คนจาก 130 ประเทศ       โดยรายงานฉบับนี้ได้ปรับปรุงการคาดการณ์เกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิและระดับน้ำทะเลในรอบศตวรรษนี้ใหม่จากที่เคยสำรวจครั้งแรกในปี 2543

                   รายงานพบว่ามากกว่า 90% ของภาวะโลกร้อนเกิดจากการกระทำของมนุษย์ทั้งสิ้น ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นสาเหตุที่ทำให้โลกร้อนขึ้นมาตลอด 50 ปีที่ผ่านมา

                   IPCC คาดการณ์ว่า อุณหภูมิของโลกจะเพิ่มขึ้นราว 2-11.5 องศาฟาห์เรนไฮต์ ภายในปี 2643 ขณะที่การคาดการณ์ที่ดีที่สุดอยู่ที่ 3.2-7.8 องศาฟาห์เรนไฮต์ ขณะที่ในปี 2543 อุณหภูมิเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 2.5-10.4 องศาฟาห์เรนไฮต์เท่านั้น

สาเหตุสำคัญของโลกร้อน               

                   เกิดจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการเผาไหม้เชื้อเพลิงได้ไปทำลายโอโซนในชั้นบรรยากาศ ซึ่งช่วยสะท้อนแสงอาทิตย์กลับไปยังนอกโลก ทั้งนี้ ระดับก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 650,000 ปีทีเดียว

                   "เดวิด มิลิแบนด์" เลขาธิการด้านสิ่งแวดล้อมของอังกฤษ กล่าวว่า วิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ โดยเฉพาะเรื่องโลกร้อนนั้น ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ปัจจุบันโลกร้อนขึ้นทุกทีทำให้สภาพอากาศแปรปรวนมากขึ้นและนี่ถึงเวลาแล้วที่จะต้องปฏิวัติอุตสาหกรรมเสียใหม่ เพราะทุกคนต่างก็คาดกันว่าปัญหานี้จะยิ่งเร่งด่วนมากขึ้นขณะที่อันตรายจากภาวะโลกร้อนก็ยิ่งใกล้ความจริงเข้ามา

                         นอกจากนี้ รายงานฉบับนี้ยังได้คาดการณ์เรื่องระดับน้ำทะเลไว้ว่า ระดับน้ำทะเลจะเพิ่มขึ้นราว 7-23 นิ้ว ภายในสิ้นศตวรรษนี้ และในเร็วๆ นี้ระดับน้ำทะเลอาจจะเพิ่มขึ้นระหว่าง 3.9-7.8 นิ้ว และน่าสังเกตว่า เปลือกน้ำแข็งขั้วโลกเริ่มจะละลายแล้ว

                        โดยระดับที่น้ำแข็งละลายเพิ่มเป็น 3.3 มิลลิเมตรต่อปี เมื่อเทียบกับการประเมินในปี 2543 ที่อยู่ที่ 2 มิลลิเมตรต่อปี

 

 

ที่มา :  http://www.actingcenter.com

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet